Tuesday, February 15, 2011

ที่มาของกาแฟ

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทุกรู้จักกันดี ก็คือ เรื่องของ คาลดี้ (Kaldi) เด็กเลี้ยงแพะชาว อบิสซีเนีย (Abyssinia)ทวีปแอฟริกาตะวันออกตรงบริเวณที่ปัจจุบันเรียกว่าประเทศ Ethiopia. เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1400
   เรื่องมีอยู่ว่า คาลดี้ สังเกตเห็น แพะของเขามีอาการร่าเริงผิดปกติหลังจากที่พวกมัน
ได้กินผลไม้สีแดง จากพุ่มไม้ที่ขึ้นอยู่ริมเชิงเขา เขาจึงได้ทดลองกินผลไม้
นั้นดูด้วยตัวเขาเอง ซึ่งเขาก็พบว่าทุกครั้งที่เขากินผลไม้สีแดงนั้น มันทำให้เขามีความสดชื่น และ กระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา ด้วยความมหัศจรรย์ แห่งผลไม้สีแดงนี้ เป็นเหตุทำให้ชาวบ้านสนใจ และบอกกันปากต่อปากกันอย่างรวดเร็ว จนเรื่องทราบไปถึงบาทหลวงท่านหนึ่งซี่งอยู่ที่โบสถ์ใกล้เคียง บาทหลวงท่านนั้นก็ได้นำผลไม้สีแดงนั้นไปเผาไฟหวังเพื่อจะลดอำนาจของมัน แต่ในขณะที่ทำการเผาอยู่นั้นก็พบว่ามันกลับส่งกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดใจ บาทหลวงท่านนั้นจึง เอาผลไม้สีแดงที่ถูกเผาไฟจนไหม้นั้นมาทุบแล้วก็โยนมันทิ้งลงไปในน้ำ
เพื่อต้องการที่จะดับไฟ และเมื่อได้ลองดื่มน้ำนั้นดูก็รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และยังทำให้ท่านสามารถสวดมนต์ได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่มีอาการง่วงนอนอีกด้วย นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มนต์แห่งผลไม้สีแดงยังไม่เคยเสื่อมลงเลยแม้แต่น้อย กลับมีผู้คนมากว่าค่อนโลกที่หลงเสน่ห์ของมัน

ตามคำขอ

     ว่ากันว่า หากเปาบุ้นจี้สั่งประหารชีวิตใคร ก่อนจะตายจะได้รับอนุญาตให้ขอเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ศาลจัดการให้ตามที่ขอจน
สมหวังทุกครั้ง
เปาบุ้นจี้ : "เอาล่ะ เจ้าคอร์รับชั่น (โกง)มามาก สมควรที่จะตายแต่ก่อนตายข้าจะให้เจ้าขออะไร
อย่างหนึ่งเป็นครั้งสุดท้าย"
นักการเมือง :  "จริงรึ ! ท่านพูดแล้วอย่าคืนคำนะ"
เปาบุ้นจี้ : "ข้ารักษาสัจจะน่ะ"
นักการเมือง : ( ยิ้มๆอย่างมีเลศนัย ) "ถ้าอย่างนั้น สิ่งสุดท้ายที่ข้าจะขอคือ  ' ขอปล่อยตัวข้าเดี๋ยวนี้ ' ท่านห้ามคืนคำนะ " 
     ทุกคนในศาลเงียบกริบคิดไม่ถึงว่าจะเจอทีเด็ดของ
นักการเมืองกล้าเล่นมุกศรีธนญชัยกับท่านเปา
สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่ท่านเปาว่าจะแก้
สถานการณ์อย่างไร
     ท่านเปาบุ้นจี้เอามือลูบหนวด ครุ่นคิดสักครู่  แล้วยกค้อนขึ้นทุบโต๊ะดังสนั่น พร้อมประกาศด้วยเสียงอันดังว่า " เจ้าหน้าที่ศาล ปล่อยตัวเขาไปเดี๋ยวนี้ ...แต่เก็บหัวไว้ "