Tuesday, January 28, 2014

คำกล่าว เพื่อสร้างความเชื่อ

ข้าพเจ้าเป็นผู้ซึ่งพระวจนะของพระเจ้า ตรัสว่า ข้าพเจ้าเป็น, ข้าพเจ้าสามารถทำสิ่งที่พระวจนะของพระเจ้า ตรัสว่า ข้าพเจ้าสามารถทำได้, ข้าพเจ้ามีสิ่งที่พระวจนะของพระเจ้า ตรัสว่า ข้าพเจ้ามี, ข้าพเจ้าสามารถเป็นในสิ่งที่พระวจนะของพระเจ้า ตรัสว่า ข้าพเจ้าสามารถเป็นได้, ข้าพเจ้าสามารถไปในที่ซึ่งพระวจนะของพระเจ้า ตรัสว่า ข้าพเจ้าสามารถไปได้, เพราะ ข้าพเจ้าเป็น ผู้ถูกเลือก ผู้ชอบธรรม ผู้ได้รับสง่าราศี ผู้ที่ได้รับการไถ่โดยพระโลหิตของพระเยซู ผู้ที่ได้รับการอภัย ผู้ที่บริสุทธิ์และไร้ตำหนิ ผู้ที่ถูกกำหนดไว้ให้เป็นเหมือนพระเยซู ผู้ที่พระเจ้าทรงรับเป็นลูก เพื่อความสุขใจของพระเจ้า ผู้ที่เต็มล้นไปด้วยพระคุณ สติปัญญาความเข้าใจ ความเมตตาและความจริง ข้าพเจ้าเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิต ข้าพเจ้าได้รับชัยชนะแล้ว ข้าพเจ้ามีชัยแล้ว พระเจ้าทรงทำให้ข้าพเจ้าชนะการศึก ในพระเยซูคริสต์อยู่ตลอดไป(3) เพราะว่าไม่ใช่ข้าพเจ้าที่มีชีวิตอยู่ แต่ พระคริสต์ต่างหากเป็นผู้ที่มีชีวิตอยู่ในข้าพเจ้า กฎของพระวิญญาณแห่งชีวิตได้ปลดปล่อยให้ข้าพเจ้าเป็นอิสระจากกฎของความบาปและความตาย ผู้ที่อยู่ในเราเป็นใหญ่กว่า ผู้ที่อยู่ในโลกนี้ ไฟที่อยู่ในเรานั้นมีมากกว่าความกลัว ซึ่งอยู่ในโลกนี้ พระเยซูซึ่งอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่า โรคภัยไข้เจ็บซึ่งอยู่ในโลกนี้ พระเยซูซึ่งอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่า ความยากจนซึ่งอยู่ในโลกนี้ สิทธิอำนาจซึ่งอยู่ในเราเป็นใหญ่กว่า มารซาตานซึ่งอยู่ในโลกนี้ อะไรที่เป็นของฉัน เป็นของพระองค์ อะไรที่เป็นของพระองค์ เป็นของฉัน ซาตานไม่สามารถชนะ และฉันก็จะไม่มีวันแพ้..... อาเมน

Tuesday, November 20, 2012

คำสารภาพ

เมื่อมีคนถามฉันว่า “ความเชื่อที่คุณมีต่อพระเจ้านั้นมีความหมายต่อคุณอย่างไร” ปกติแล้วฉันตอบได้คำเดียวคือ “ทุกอย่าง”


หากคุณอยากจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า มีสี่สิ่งที่เราควรเข้าใจ


1.       พระเจ้าได้ทรงสร้างคุณเพื่อที่จะรู้จักพระองค์ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักคุณมากพระคำของพระเจ้าได้บอกเราว่า “ เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์” (ยน 3:16-17)


ปัญหาก็คือ....


2.       ความบาปของเราได้แยกเราออกห่างจากพระเจ้าเราได้เลือกทางของเราเองแทนที่ทางของพระเจ้า พระคัมภีร์ได้บอกเราว่าการที่เราเลือกทางเราเองแทนที่ทางของพระเจ้านั้น คือความบาปเพราะว่าทุกคนทำบาป และเสื่อมจากพระสิริของพระเจ้า(รม 3:23) เพราะว่าค่าจ้างของความบาปคือความตาย(รม 6:23)..พระเจ้านั้นดำรงอยู่ในความสมบูรณ์ความบริสุทธิ์ตลอดกาลแต่มนุษย์เป็นคนบาป ดังนั้นทำให้เรากับพระเจ้าต้องแยกออกห่างจากกัน.....


แต่ข่าวก็คือ...เมื่อ2,000กว่าปีที่ผ่านมา....


3.       พระเจ้า (พระบิดา) ได้ส่งพระเยซูคริสต์มาตายแทนเพื่อความบาปของเราทั้งสิ้น....พระเยซูคริสต์เป็นพระบุตรของพระเจ้า พระองค์มีชีวิตอยู่โดยปราศจากความบาปทั้งมวล พระองค์ได้จ่ายค่าคดีโทษถึงตายของเราทั้งสิ้น (
ทุกความบาป) ที่บนไม้กางเขนแล้ว

พระเจ้าได้พิสูจน์ความรักของพระองค์เอง ..พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย ..ขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา  (รม 5:8-9) โดยการมอบชีวิตของพระองค์หรือตายแทนเพื่อเราทางเดียวเท่านั้นที่เราสามารถกลับคืนดีกับพระเจ้าหรือคืนความสัมพันธิ์ที่ดีระหว่างพระเจ้ากับเราได้โดย ”ทางพระเยซูคริสต์”
พระเยซูตรัสว่า.. เราเป็นทางนั้น เป็นความจริงและเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากจะมาทางเรา (ยน 14:6)พระเยซูคริสต์ได้ตายแล้วฟื้นขึ้นมาจากความตายแล้ว ณ บัดเนาว์ (บัดนี้) พระเยซูได้เสด็จขึ้นสู่สวรรค์แล้วอยู่ข้างๆพระบิดา(พ่อ)ที่สวรรค์ พระองค์ได้มอบของขวัญพิเศษสุดให้กับเราของขวัญชิ้นนี้เรียกว่า “ชีวิตนิรันดร์” ชีวิตนิรันดร์นี้เองที่เราจะไปใช้ที่สวรรค์ตลอดไปกับพระองค์...เอาล่ะครับ นัดบัดเนาว์ขอให้เราเริ่มมีความสัมพันธิ์กับพระเจ้าเป็นการส่วนตัวดีไหมครับ? 


4.       เราจำเป็นต้องรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเราก่อนพระคัมภีร์กล่าวว่า “แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า”  (ยน 1:12)การต้อนรับพระเยซูคริสต์นั้นหมายถึง “เรายอมรับตนเองว่าเราได้ทำสิ่งที่ผิดแล้ว” แล้วมาเชื่อในพรเยซูคริสต์และไว้วางใจในพรเยซูคริสต์เพียงผู้เดียว เพื่อที่จะรับการอภัยโทษจากพระองค์และพระองค์จะเปลี่ยนชีวิตของเราให้เดินอยู่ในทางของพระองค์หากคุณอยากจะต้อนรับพระเยซูคริสต์เป็นพระเจ้าพระผู้ช่วยให้รอดของคุณเวลานี้ ขอให้คุณอธิษฐานคำอธิษฐานนี้ครับ (ในขณะที่อธิษฐานอยู่อย่าให้เป็นเพียงแค่ท่าทีภายนอกเท่านั้น แต่ขอให้ออกมาจากใจ)“ ข้าแต่พระเยซูคริสต์เจ้า ข้าพเจ้าเชื่อว่าพระองค์เป็นพระบุตรของพระเจ้า ขอขอบพระคุณพระองค์ สำหรับการยอมตายแทนความบาปผิดของข้าพเจ้าที่บนไม้กางเขนนั้น โปรดอภัยความบาปผิดของข้าพเจ้า และขอทรงโปรดประทานชีวิตนิรันดร์ ข้าพเจ้าอัญเชิญพระองค์เข้ามาในหัวใจของข้าพเจ้าเป็นพระเจ้าเป็นพระผู้ช่วยให้รอด ในพระนามพระเยซูคริสต์ เอเมน....



Monday, August 1, 2011

ความโปรดปราน / Favour

ข้าแต่พระเจ้า เพราะพระองค์ทรงอำนวยพระพรแก่คนชอบธรรมพระองค์ทรงคุ้มครองเขาไว้ด้วยความโปรดปรานประดุจเป็นโล่ป้องกันเขา
สดุดี 5:12

พระองค์ทรงเตรียมสำรับให้ข้าพระองค์
ต่อหน้าต่อตาศัตรูของข้าพระองค์
พระองค์ทรงเจิมศีรษะข้าพระองค์ด้วยน้ำมัน
ขันน้ำของข้าพระองค์ก็ล้นอยู่
แน่ทีเดียวที่ความดีและความรักมั่นคง จะติดตามข้าพเจ้าไป
ตลอดวันคืนชีวิตของข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าจะอยู่ในพระนิเวศของพระเจ้าสืบไปเป็นนิตย์
สดุดี 23:5-6


เพราะพระพิโรธของพระองค์นั้นเป็นแต่ชั่วขณะหนึ่ง
และความโปรดปรานของพระองค์นั้นตลอดชีวิต
การร้องไห้อาจจะอ้อยอิ่งอยู่สักคืนหนึ่ง
แต่ความชื่นบานจะมาเวลาเช้า
สดุดี 30:5

มนุษย์เป็นผู้ใดเล่าซึ่งพระองค์ทรงระลึกถึงเขา
และบุตรของมนุษย์เป็นใครเล่า ซึ่งพระองค์ทรงเยี่ยมเขา
เพราะพระองค์ทรงสร้างเขาให้ต่ำกว่าพระเจ้าแต่หน่อยเดียว
พระองค์ทรงมอบอำนาจให้ครอบครองบรรดาพระหัตถกิจของพระองค์ พระองค์ทรงให้สิ่งทั้งปวงอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาและสวมศักดิ์ศรีกับเกียรติให้แก่เขา
สดุดี 8:4-6

ผู้ทรงไถ่ชีวิตของท่านมาจากปากแดนผู้ตาย
ผู้ทรงสวมความรักมั่นคงและพระกรุณาให้ท่าน
ผู้ทรงให้ท่านอิ่มด้วยของดี ตลอดชีวิตของท่าน
วัยหนุ่มของท่านจึงกลับคืนมาใหม่อย่างวัยนกอินทรี
สดุดี 103:4-5

พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า
เยเรมีย์ 29:11

จงทูลเรา และเราจะตอบเจ้า และจะบอกสิ่งที่ใหญ่ยิ่งและที่ซ่อนอยู่ ซึ่งเจ้าไม่รู้นั้นให้แก่เจ้า
เยเรมีย์ 33:3

นายก็เห็นว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟ และพระเจ้าทรงโปรดให้การงานทุกอย่างที่กระทำเจริญขึ้นมากในมือของโยเซฟ โยเซฟรับใช้ถูกใจนาย นายก็ตั้งให้เป็นผู้ดูแลการงานในบ้าน และมอบทรัพย์สิ่งของทั้งปวงไว้ในความดูแลของโยเซฟทั้งสิ้น
ปฐมกาล 39:3-4

แต่ของประทานแห่งพระคุณนั้นหาเป็นเช่นความละเมิดนั้นไม่ เพราะว่าถ้าคนเป็นอันมากต้องตายเพราะการละเมิดของคนๆเดียว มากยิ่งกว่านั้น พระคุณของพระเจ้าและของประทานโดยพระคุณของพระองค์ผู้เดียวนั้น คือพระเยซูคริสต์ ก็มีบริบูรณ์แก่คนเป็นอันมาก
โรม 5:15

เพราะว่าบาปจะครอบงำท่านทั้งหลายต่อไปก็หามิได้ เพราะว่าท่านทั้งหลายมิได้อยู่ใต้ธรรมบัญญัติ แต่อยู่ใต้พระคุณ
โรม 6:14

เพราะว่าถ้าโดยการละเมิดของคนนั้นคนเดียว เป็นเหตุให้ความตายครอบงำอยู่โดยคนนั้นคนเดียว มากยิ่งกว่านั้นคนทั้งหลายที่รับพระกรุณาอันไพบูลย์ และรับของประทานคือความชอบธรรมก็จะดำรงชีวิต และครอบครองโดยพระองค์ผู้เดียว คือพระเยซูคริสต์
โรม 5:17

ขอพระเจ้าทรงให้พระพักตร์ของพระองค์ทอแสงแก่ท่าน และทรงพระกรุณาท่าน ขอพระเจ้าทรงเงยพระพักตร์ของพระองค์เหนือท่าน และประทานสวัสดิภาพแก่ท่าน
กันดารวิถี 6:25-26

พระองค์ทรงประสาทชีวิตและความรักมั่นคงแก่ข้าพระองค์และความดูแลรักษาของพระองค์ได้สงวนจิตวิญญาณข้าพระองค์ไว้
โยบ 10:12

และพระเจ้าทรงฤทธิ์อาจประทานของดีทุกสิ่งอย่างอุดมแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อให้ท่านมีทุกสิ่งทุกอย่างเพียงพอสำหรับตัวเสมอ ทั้งจะมีสิ่งของบริบูรณ์สำหรับงานที่ดีทุกอย่างด้วย
2โครินธ์ 9:8

เพราะท่านทั้งหลายรู้จักพระคุณของพระเยซูคริสตเจ้าของเราแล้วว่า แม้พระองค์มั่งคั่ง พระองค์ก็ยังทรงยอมเป็นคนยากจน เพราะเห็นแก่ท่านทั้งหลาย เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนมั่งมี เนื่องจากความยากจนของพระองค์
2โครินธ์ 8:9

สาธุการแด่พระเจ้าพระบิดาแห่งพระเยซูคริสตเจ้าของเรา ผู้ทรงโปรดประทานพระพรฝ่ายวิญญาณแก่เรานานาประการ ในสวรรคสถานโดยพระคริสต์
เอเฟซัส 1:3

ในพระเยซูนั้น เราได้รับการไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์ คือได้รับการอภัยโทษบาป  ของเราโดยพระกรุณาอันอุดมของพระองค์ ซึ่งได้ทรงประทานแก่เราอย่างเหลือล้น ให้มีปัญญาสุขุมและมีความเข้าใจ
เอเฟซัส 1:7-8

แต่พระเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยพระกรุณา เพราะเหตุความรักอันใหญ่หลวง ซึ่งพระองค์ทรงรักเรานั้น ถึงแม้ว่าเมื่อเราตายไปแล้วในการบาป พระองค์ยังทรงกระทำให้เรามีชีวิตอยู่กับพระคริสต์ (ซึ่งท่านทั้งหลายรอดนั้นก็รอดโดยพระคุณ) และพระองค์ทรงให้เราเป็นขึ้นมากับพระองค์ และทรงโปรดให้เรานั่งในสวรรคสถานกับพระเยซูคริสต์
เอเฟซัส 2:4-6

ฉะนั้นขอให้เราทั้งหลาย จงมีใจกล้าเข้ามาถึงพระที่นั่งแห่งพระคุณ เพื่อเราจะได้รับพระเมตตา และจะได้รับพระคุณที่จะช่วยเราในขณะที่ต้องการ
ฮีบรู 4:16

แต่เมื่อพระเมตตาและความรักของพระเจ้า ผู้ทรงช่วยเราทั้งหลายให้รอด ได้ปรากฏในโลกแล้ว พระองค์ได้ทรงช่วยเราให้รอด มิใช่ด้วยการกระทำที่ชอบธรรมของเราเอง แต่พระองค์ทรงพระกรุณาชำระให้เรามีใจบังเกิดใหม่ และทรงสร้างเราขึ้นมาใหม่ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์นั้นได้ทรงประทานแก่เราทั้งหลายอย่างบริบูรณ์ โดยพระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอดของเรา เพื่อเราจะได้เป็นคนชอบธรรมแล้วโดยพระคุณของพระองค์ และจะได้เป็นผู้ได้รับมรดกที่มุ่งหวังคือชีวิตนิรันดร์
ทิตัส 3:4-7



ความเชื่อ / Faith

ความเชื่อของท่านมิได้ลดน้อยลงเลย เมื่อท่านพิจารณาดูสังขารของท่าน ซึ่งเปรียบเหมือนตายไปแล้ว เพราะท่านมีอายุประมาณร้อยปีแล้ว และเมื่อคำนึงถึงครรภ์ของนางซาราห์ว่าเป็นหมัน ท่านมิได้หวั่นไหวแคลงใจในพระสัญญาของพระเจ้า แต่ท่านมีความเชื่อมั่นคงยิ่งขึ้น จึงถวายเกียรติแด่พระเจ้า ท่านเชื่อมั่นว่า พระเจ้าทรงฤทธิ์ อาจกระทำให้สำเร็จได้ตามที่พระองค์ตรัสสัญญาไว้
โรม 4:19-21

ขอให้เรายึดมั่นในความหวังที่เราทั้งหลายเชื่อและรับไว้นั้น โดยไม่หวั่นไหว เพราะว่าพระองค์ผู้ทรงประทานพระสัญญานั้นทรงสัตย์ซื่อ
ฮีบรู 10: 23

เพราะนางซาราห์มีความเชื่อ นางจึงได้รับพลังตั้งครรภ์เมื่อชรามากแล้ว เพราะนางถือว่าพระองค์ผู้ได้ทรงประทานพระสัญญานั้นทรงเป็นผู้สัตย์ซื่อ
ฮีบรู 11:11

ความเชื่อคือความแน่ใจในสิ่งที่เราหวังไว้ เป็นความรู้สึกมั่นใจว่า 
สิ่งที่ยังไม่ได้เห็นนั้นมีจริง
ฮีบรู 11:1

 และข้าพเจ้าจะกล่าวอะไรต่อไปอีกเล่า เพราะไม่มีเวลาพอที่จะกล่าวถึง กิเดโอน บาราค แซมสัน เยฟธาห์ ดาวิด และซามูเอล และผู้เผยพระวจนะทั้งหลาย เพราะความเชื่อท่านเหล่านั้นจึงได้มีชัยเหนือดินแดนต่างๆ ได้ตั้งระบบความยุติธรรม ได้รับผลของพระสัญญา ได้ปิดปากสิงห์ ได้ดับไฟที่ไหม้อย่างรุนแรง ได้พ้นจากคมดาบ ความอ่อนแอของท่านก็กลับเป็นความเข้มแข็ง มีกำลังความสามารถในการทำสงคราม ได้ตีกองทัพประเทศอื่นๆ แตกพ่ายไป
ฮีบรู 11:32-34

คำของเราซึ่งออกไปจากปากของเรา
จะไม่กลับมาสู่เราเปล่า แต่จะสัมฤทธิ์ผลซึ่งเรามุ่งหมายไว้
และให้สิ่งซึ่งเราใช้ไปทำนั้นจำเริญขึ้นฉันนั้น
อิสยาห์ 55:11

พระเจ้ามิใช่มนุษย์จึงมิได้มุสา
และมิได้เป็นบุตรของมนุษย์จึงไม่ต้องกลับใจ
ที่พระองค์ตรัสไปแล้ว พระองค์ก็จะมิทรงกระทำตามหรือ
ที่พระองค์ทรงลั่นวาจาแล้ว จะไม่ทรงกระทำให้สำเร็จหรือ
กันดารวิถี 23:19

สาธุการแด่พระเจ้า ผู้ทรงพระราชทานการหยุดพักแก่อิสราเอลประชากร
ของพระองค์ ตามซึ่งพระองค์ทรงสัญญาไว้ทุกประการ พระสัญญาอันดี
ทั้งสิ้นของพระองค์ซึ่งพระองค์ทรงสัญญาทางโมเสสผู้รับใช้ของพระองค์
นั้นไม่ล้มเหลวสักคำเดียว
1 พงศ์กษัตริย์ 8:56

เราบอกความจริงแก่ท่านว่า ถ้าผู้ใดๆจะสั่งภูเขานี้ว่า จงลอยไปลงทะเล
และมิได้สงสัยในใจแต่เชื่อว่าจะเป็นไปตามที่สั่งนั้น ก็จะเป็นตามนั้นจริง
มาระโก 11:23

เหตุฉะนั้นเราบอกท่านทั้งหลายว่า ขณะเมื่อท่านจะอธิษฐานพระเจ้าขอ
สิ่งใด จงเชื่อว่าได้รับ และท่านจะได้รับสิ่งนั้น
มาระโก 11:24

เพราะเราดำเนินโดยความเชื่อ มิใช่ตามที่ตามองเห็น
2โครินธ์ 5:7

เพราะว่าในพระเยซูคริสต์นั้น การที่รับพิธีเข้าสุหนัตหรือไม่รับก็หาเกิด
ประโยชน์อันใดไม่ แต่ความเชื่อซึ่งแสดงออกเป็นกิจที่ทำด้วยความรัก
นั้นสำคัญ
กาลาเทีย 5:6

ตามที่มีคำเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า เราได้ให้เจ้าเป็นบิดาของมวล
ประชาชาติ ต่อพระพักตร์พระองค์ที่ท่านเชื่อ คือพระเจ้าผู้ทรงให้คนที่
ตายแล้วฟื้นชีวิตขึ้นมา และทรงเรียกสิ่งของที่ยังมิได้มี ให้มีขึ้น
โรม 4:17

พระเยซูคริสต์ยังทรงเหมือนเดิมในเวลาวานนี้ และเวลาวันนี้ และต่อๆไป
เป็นนิจกาล
ฮีบรู 13:8







Wednesday, March 23, 2011

ความหมายของการรับบัพติศมาในน้ำ

คำถาม: อะไรคือความสำคัญของการรับบัพติศมาของคริสเตียน? ตอบ: ตามพระคัมภีร์ การรับบัพติศมาของคริสเตียนเป็นการแสดงออกภายนอกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นภายในชีวิตของผู้เชื่อ การรับศีลบัพติศมาของคริสเตียน แสดงให้เห็นถึงการเข้าส่วนของคริสเตียนในการวายพระชนม์ของพระคริสต์, การฝัง และ การฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ พระคัมภีร์บอกว่า ท่านไม่รู้หรือว่า เราทั้งหลายที่ได้รับบัพติศมาเข้าในพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับบัพติศมานั้นเข้าในความตายของพระองค์ เหตุฉะนั้นเราจึงถูกฝังไว้กับพระองค์แล้วโดยการรับบัพติศมาเข้าส่วนในความตายนั้น เหมือนกับที่พระคริสต์ได้ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นมาจากความตาย โดยเดชพระรัศมีของพระบิดาอย่างไร เราก็จะได้ดำเนินตามชีวิตใหม่ด้วยอย่างนั้น” (โรม 6:3-4) ในการเข้าพิธีบัพติศมาของคริสเตียน การจุ่มลงไปในน้ำจนมิดแสดงถึงการถูกฝังร่วมกับพระคริสต์ การขึ้นมาจากน้ำแสดงถึงการฟื้นคืนพระชนม์

ในการเข้าพิธีบัพติศมา ผู้เข้าพิธีควรมีคุณสมบัติสองอย่าง: (1) ผู้ที่จะเข้าพิธีบัพติศมาต้องเชื่อในพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดของเขา, และ (2) เขาจะต้องเข้าใจว่าพิธีบัพติศมาเล็งถึงอะไร หากเขารู้จักพระเยซูคริสต์ว่าทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอด, เข้าใจว่าการเข้าพิธีบัพติศมาของคริสเตียนคือการก้าวออกไปด้วยความเชื่อฟัง เพื่อประกาศความเชื่อในพระคริสต์และแสดงความปรารถนาในการเข้าพิธีบัพติศมาของเขาต่อหน้าผู้คนและต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้า





Wednesday, March 16, 2011

ในความอ่อนแอ - นั้นมีพลัง

 ใครๆก็ไม่สร้างบ้านไว้บนทรายใช่ไหมครับ? เพราะไม่มั่นคง
แต่หากทราย + กับซีเมนต์วันใดคุณก็จะได้เห็นความเข้มแข็งของทรายใช่ไหม? (เห็นตึกใหญ่ที่คุณเห็นไหมล่ะ?) อาจจะเป็นบ้านที่คุณอยู่ก็ได้

แต่เดี๋ยวก่อนนะ !!!... ทราย + กับซีเมนต์ แต่อย่าลืม + กับน้ำด้วยนะคร้บ
ทรายคือ เราผู้ไม่มั่นคง, ซีเมนต์คือ พระเจ้าผู้เข้มแข็ง, น้ำคือ พระวิญญาณบริสุทธิ์ (ฤทธิ์เดช,...
ไฟ,พลัง)

พระเจ้าอวยพรทุกคนที่ได้อ่าน เอเมน
เอจิ

Tuesday, February 15, 2011

ที่มาของกาแฟ

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ทุกรู้จักกันดี ก็คือ เรื่องของ คาลดี้ (Kaldi) เด็กเลี้ยงแพะชาว อบิสซีเนีย (Abyssinia)ทวีปแอฟริกาตะวันออกตรงบริเวณที่ปัจจุบันเรียกว่าประเทศ Ethiopia. เมื่อประมาณปี ค.ศ. 1400
   เรื่องมีอยู่ว่า คาลดี้ สังเกตเห็น แพะของเขามีอาการร่าเริงผิดปกติหลังจากที่พวกมัน
ได้กินผลไม้สีแดง จากพุ่มไม้ที่ขึ้นอยู่ริมเชิงเขา เขาจึงได้ทดลองกินผลไม้
นั้นดูด้วยตัวเขาเอง ซึ่งเขาก็พบว่าทุกครั้งที่เขากินผลไม้สีแดงนั้น มันทำให้เขามีความสดชื่น และ กระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา ด้วยความมหัศจรรย์ แห่งผลไม้สีแดงนี้ เป็นเหตุทำให้ชาวบ้านสนใจ และบอกกันปากต่อปากกันอย่างรวดเร็ว จนเรื่องทราบไปถึงบาทหลวงท่านหนึ่งซี่งอยู่ที่โบสถ์ใกล้เคียง บาทหลวงท่านนั้นก็ได้นำผลไม้สีแดงนั้นไปเผาไฟหวังเพื่อจะลดอำนาจของมัน แต่ในขณะที่ทำการเผาอยู่นั้นก็พบว่ามันกลับส่งกลิ่นหอมอย่างน่าประหลาดใจ บาทหลวงท่านนั้นจึง เอาผลไม้สีแดงที่ถูกเผาไฟจนไหม้นั้นมาทุบแล้วก็โยนมันทิ้งลงไปในน้ำ
เพื่อต้องการที่จะดับไฟ และเมื่อได้ลองดื่มน้ำนั้นดูก็รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และยังทำให้ท่านสามารถสวดมนต์ได้ตลอดทั้งคืนโดยไม่มีอาการง่วงนอนอีกด้วย นับตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้มนต์แห่งผลไม้สีแดงยังไม่เคยเสื่อมลงเลยแม้แต่น้อย กลับมีผู้คนมากว่าค่อนโลกที่หลงเสน่ห์ของมัน